Friday, September 11, 2015

เดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่นต้อง Hyperdia!

           การเดินทางในประเทศญี่ปุ่นนั้นที่จริงเเล้วไม่ยากอย่างที่คิด ถึงเเม้ว่าเราอาจจะพูดกันคนละภาษา แต่ด้วยเทคโนโลยี่สมัยนี้ ทำให้ให้คนไทยตาดำๆอย่างพวกเรา สามารถที่จะเดินทางทั่วประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ต้อง speak english เลยสักคำ

          วันนี้ผมจะมาสอนวีธีใช้เวปไซต์สุดฮิต ที่ว่าถ้าใครเรียกตัวเองว่าเซียนญี่ปุ่น จะต้องรู้จักดีอย่างเเน่นอน นั่นก็คือ เว็บ "Hyperdia" หรือ "ไฮเปอร์เดีย" นั่นเอง 

          เว็บนี้สามารถเเสดงตารางการเดินรถไฟของทั้งประเทศญี่ปุ่น รวมถึง คำนวนเส้นทาง เเละ เวลาการเดินทางระหว่างสองสถานีตามที่เราระบุ ถ้าเราแฮปปี้กับเส้นการเดินทางที่ทางเว็บเสนอมา เราก็จดตารางนั้นเอาไว้ เเล้วค่อยไปซื้อตั๋วที่ปลายทาง ง่ายนิดเดียวครับ

เริ่มเเรก เราไปที่ Hyperdia ตามลิ้งค์ข้างล่างนี้กันเลย 



หน้าเวปจะมีหน้าตาประมาณนี้

โฮมเพจ ของไฮเปอร์เดีย
Credit: www.hyperdia.com




          จากนั้นเราก็ใส่ชื่อ สถานีต้นทาง เเละสถานีปลายทาง ที่เราวางแผนไว้ ในกล่องสีน้ำเงิน ตรงมุมซ้ายบนตามภาพด้านล่างนี้

ใส่ชื่อสถานีต้นทาง เเละ ปลายทางในช่องที่ระบุ
Credit: www.hyperdia.com

          สำหรับคนที่ไม่รู้ชื่อสถานี ไม่ต้องห่วงครับ เพียงแค่เราพิมพ์ชื่อเมืองที่เราสนใจ ทางเว็บจะขึ้นลิสท์ของสถานีในเมืองนั้นๆให้เราเลือก  ถ้าชื่อเหล่านั้นยังไม่คุ้นตา อย่าพึ่งท้อครับ เพราะเราสามารถที่จะเช็คตำเเหน่งของสถานีที่เราใส่ไปในแผนที่ได้ในภายหลัง 

          ยกตัวอย่างเช่น ผมลงที่สนามบินคันไซ เเละต้องการที่จะเดินทางเข้าตัวเมืองโอซาก้า เพียงพิมพ์ว่า OSAKA ก็จะมี ลิสท์ขึ้นมาอย่างข้างล่างนี้ครับ
วิธีใช้ Hyperdia รถไฟ ญี่ปุ่น
Credit: www.hyperdia.com




















          หลังจากนั้นเราก็ระบุ วัน เดือน ปี เเละ เวลา ของการเดินทาง
ส่วนช่องล่างสุดเป็น ดรอป-ดาว ที่สามารทให้เรากำหนดว่าเวลาที่เราระบุไว้ในเบื่องต้นนั้นเป็น "Departure = เวลาออกเดินทาง"
หรือ "Arrival = เวลาถึงปลายทาง" หรือ "Average = เฉลี่ยๆทั้งสองเวลา" ครับโดยส่วนใหญ่ผมจะปล่อยเจ้านี่ไว้ที่ "Departure" ครับ


          เช่นถ้าผมต้องการออกจากสนามบินคันไซ เข้าเมืองโอซาก้า ตอน 9 โมงเช้า ในวันที่ 4 ธันวา 2558...


วิธีใช้ Hyperdia รถไฟ ญี่ปุ่น
ช่องใส่วันเเละเวลาCredit: www.hyperdia.com






















          พอเราใส่ข้อมูลทุกอย่างเเล้ว ก็กด search ได้เลยครับ Hyperdia จะคำนวณหาเส้นทางรถไฟที่เหมาะสม เเละเเสดงให้เราเห็นอย่างน้อย 5 เส้นทางดังนี้ครับ


วิธีใช้ Hyperdia รถไฟ ญี่ปุ่น
หน้าเพจเเสดงผลเส้นทางการเดิน
Credit: www.hyperdia,com

          ผลที่เเสดงจะเริ่มจากเส้นทาง ที่เวลาออกเดินทางที่ใกล้เคียงกับเวลาที่เราระบุมากที่สุด เเล้วไล่เวลา ลงมาเรื่อยๆ
รายละเอียดที่เเสดงมีทั้ง เวลาถึงปลายทาง เวลาที่ใช้ในการเดินทางทั้งหมด สถานีที่ต้องเปลี่ยนขบวน ราคาตั๋วเเต่ละเที่ยวเป็นต้น

วิธีใช้ Hyperdia รถไฟ ญี่ปุ่น
Credit: www.hyperdia.com

         
           หลายคนอาจจะงงว่าอะไรคือราคาตั๋วที่นั่ง ? ที่จริงเเล้วที่ญี่ปุ่นนั้น มี่ที่นั่งหลายเเบบ สำหรับเส้นทางระหว่างเมืองที่มีระยะค่อนข้างไกล คนญี่ปุ่นจะนิยมจองตั๋วที่นั่งล่วงหน้าไว้ก่อน (Reserved Seat) เพื่อรับประกันว่า ตัวเองจะมีที่นั่งเมื่อถึงเวลา ไม่ต้องยืนให้เมื่อยนั่นเอง

          คนไทยก็สามารททำได้เช่นกัน โดยไปจองตั๋วเเบบรีเซิฟ ที่บูธจำหน่ายตั๋วรถไฟทุกสถานี เเต่ราคาก็จะเเพงกว่าที่นั่งปกติเช่นกัน
ถึงจุดนี้ หลายคนอาจจะตัดใจเรื่องการจองตั๋วรถไฟล่วงหน้า อย่าพึ่งผิดหวังครับ เพราะถ้าเรามีบัตรจำพวก Area Pass (ผมจะมาอธิบายตอนหลังว่ามันคืออะไร) เราจะสามารถจองตั๋วได้ฟรีครับ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม!

          เพื่อนๆสามารถเช็คราคาตั๋วที่นั่งเเต่ละเเบบโดยกดที่เเถบ ดรอป-ดาว ทางด้านขวา ถัดจากชื่อขบวนรถไฟดังนี้

วิธีใช้ Hyperdia รถไฟ ญี่ปุ่น
เลือกประเภทที่นั่ง
Credit: www.hyperdia.com

          ถ้าขบวนไหนไม่มีช่องให้เลือก แปลว่าขบวนนั้นๆมีเเต่ที่นั่งเเบบปกติครับ

          การจองที่นั่งไว้ก่อนนั้นไม่ได้เเค่มีประโยชน์ตามที่บอกไว้ด้านบน เเต่สำคัญมากสำหรับขบวนรถไฟที่ฮิตๆในหมู่นักท่องเที่ยวครับ โดยขบวนรถไฟเหล่านี้จะมีการตกแต่งภายในที่สวยงาม มีธีมที่เป็นเอกลักษ์ แถมด้วยมาสคอตน่ารักๆอีกด้วย

          ยกตัวอย่างเช่น Tama Train, Aso Boy เเละ Yufuin no Mori ครับ

Yufuin no Mori
Credit: https://www.jrkyushu.co.jp/

          สำหรับเพื่อนๆที่ไม่เเน่ใจว่าสถานีที่เราเลือกไว้เบื้องต้นนั้น อยู่ใกล้ที่ที่เราจะไป หรือใกล้โรงเเรมที่จองไว้หรือไม่ เราสามารทที่จะเช็คตำเเหน่งของสถาทีง่ายๆ ด้วยการคลิกที่ปุ่ม MAP ตามรูปข้างล่างนี้ครับ

วิธีใช้ Hyperdia รถไฟ ญี่ปุ่น
ปุ่มแผนที่
www.hyperdia.com

          พอเรากดเข้าไปเเล้ว จะมีเพจใหม่เด้งขึ้นมาทันที พร้อมกับเเสดงตำเเหน่งของสถานีนั้นใน Google Map อย่างชัดเจน หน้าตาประมาณนี้


ตำเเหน่งสถานีท่ระบุ
Credit: www.maps.google.com

          มาถึงจุดนี้ เราก็ได้ข้อมูลครบเเล้ว เพียงพอที่จะช่วยให้เราวางเเผนการเดินทางในญี่ปุ่นได้อย่างง่ายดายครับ

CHECK LIST
  • ชื่อสถานีต้นทาง / สถานีปลายทาง
  • ราคาตั๋วรถไฟ
  • ตำเเหน่งของสถานีรถไฟ (ใกล้ที่เที่ยวหรือรร.ไหม)
  • เวลาออกเดินทาง / เวลาถึงปลายทาง
  • จำนวนครั้งที่ต้องเปลี่ยนขบวน
  • เวลาสำหรับเปลี่ยนขบวน (3-5 นาทีเป็นอย่างต่ำ)                
          หลายคนอาจจะกังวลเรื่องนี้ ไม่ต้องห่วงครับ เพราะ Hyperdia ได้คำนวณเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปลี่ยนขบวนไว้เเล้ว เวลาอาจจะสั้นยาวขึ้นอยู่กับขนาดของสถานี                                              
          เอาหล่ะ ที่นี้เราก็มาถึงส่วนสุดท้ายของ Guide อันนี้กันแล้ว นั่นก็คือ เราจะไปซื้อตั๋วเเบบไหนดี เเล้วซื้อได้ที่ไหนดี

          สำหรับการเดินทางภายในเมืองหลักๆ จะเป็นการใช้บริการรถไฟใต้ดิน (Metro) หรือ รถราง (Tram) เป็นส่วนใหญ่ ถ้าเราอยู่ในเมืองเดิมหลายๆวัน ผมเเนะนำให้ซื้อบัตรจำพวก Day Pass 

          บัตรพวกนี้ส่วนใหญ่จะให้เรานั่งรถไฟได้ไม่จำกัดครั้ง  มีทั้งเเบบ 1วัน ถึง 3วัน ให้เลือกตามความเหมาะสม ราคาเเละจำนวนวันก็จะเเตกต่างตามเเต่ละเมือง สามารถหาซื้อได้ที่สถานีรถไฟของเเต่ละสนามบินได้เลยครับ

ตั๋วรถไฟแบบรายวัน - 1วัน 2วัน 3วัน
Credit: www.tokyometro.jp
          สำหรับเพื่อนๆที่มีเเผนจะเดินทางไปหลายๆเมือง โดยต้องอาศัยรถไฟระหว่างเมืองบ่อยๆนั้น คงนี้ไม่พ้นบัตรจำพวก "แอเรียพาส" หรือ Area Pass 

          เช่นเดียวกับ ตั๋วรถไฟรายวัน บัตรพวกนี้จะไม่จำกัดจำนวนครั้งที่ขึ้นรถไฟ เเถมยังมีส่วนลดตามสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆด้วย
ตามที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่า บัตรเหล่านี้ยังสามารถให้เราจองที่นั่งล่วงหน้าในราคาที่นั่งปกติอีกด้วย 

          ตั๋วจำพวกนี้ก็จะมีขายตามสนามบิน เเละ สถานีรถไฟหลักๆ ถือว่าประเทศนี้เค้าอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

          เพื่อนๆสามารทตามลิงค์ด้านล่างนี้สำหรับลายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย ผมได้จัดเลียงตามเมืองหลักๆไว้เเล้ว

โตเกียว (เขตคันโต) - JR Kanto Area Pass
โอซาก้า (เขตคันไซ) - Kansai Wide Area Pass
ฟุกุโอกะ (เขตคิวชู) - JR Kyushu Rail Pass

Area Pass เขตคันโต
Credit: www.jreast.co.jp



























           เท่านี้เราก็ได้ตั๋วที่เหมาะสมกับแผนเที่ยวของเราเเล้ว 
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจจะไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง การเดินทางด้วยตัวเองมันง่ายนิดเดียว อย่ามัวแต่กังวล จัดกระเป๋ากันได้แล้วว !!

          ส่วนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวมีอะไรบ้าง นอนที่ไหน กินอะไร ถ้ายังคิดไม่ออก มาติดตามผมกับเเฟนตะลุยเมืองในญี่ปุ่นกันได้ เผื่อจะช่วยให้มีไอเดีย และแรงจูงใจกับการเที่ยวญี่ปุ่นมากขึ้น
ตามลิ้งด้านล่างได้เลย 

หมู่บ้านคิโนซากิ (Kinosaki) - เเช่ออนเซ็นท่ามกลางหิมะ

หมู่บ้านอิซึชิ (Izushi) - เสาโทริ & เส้นโซบะ

เมืองโกเบ (Kobe) - มีอะไรมากกว่าเเค่สเต็ก

เมืองโอซาก้า (Osaka) - พุงป่อง กระเป๋าเเฟ่บ

เมืองเกียวโต (Kyoto) - ย้อนเวลาในชุด กิโมโน







No comments:

Post a Comment