Friday, March 11, 2016

Ep.11 Disneyland Paris แอ๊บเด็ก ไปกับ Mickey & Minnie


          หลังจากเที่ยวปราสาทจริงๆ ที่ Loire Valley ไปเมื่อวานนี้ (ใครอยากไปมโนว่าเป็นเจ้าหญิง 1 วันในปราสาท ลองไปศึกษาข้อมูลจากลิ้งนี้ได้เลยจ้า Ep.10 Loire Valley ขอเป็นเจ้าหญิงในปราสาท 1 วัน
) วันนี้เราจะพาไปเที่ยวดินแดนแห่งเทพนิยายกันต่อที่ Disneyland Paris

          Disney อาจจะเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราเลยก็ได้  เหมือนเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน และมันก็ทำให้เราเป็นคนที่ชอบเพ้อฝัน ก็เล่นโตมากับการดู Snow White เจ้าหญิงนิทรา  โฉมงามกับเจ้าชายอศูร และอื่นๆอีกมากมาย  มาถึงปารีสทั้งที  ก็ต้องแวะมาแอ๊บแบ๊วระลึกความหลังกันสักหน่อย

         การเดินทางไป Disneyland Paris นั้นง่ายมาก จากปารีสเราไปขึ้นรถไฟที่เียกว่า RER A ที่สถานี Chatelet-Les Halles และไปลงที่สถานี Marne La Vallee - Chessy ซึ่งดป็นสถานีที่อยู่หน้า ดิสนีย์แลนด์ ปารีสเลย ใช้เวลานั่งรถไฟประมาณ 40 นาที



          สำหรับเรื่องตั๋ว เราจองผ่านทางออนไลน์ โดยใช้เว็บไซต์ www.booktickets.disneylandparis.com จองเสร็จก็ปริ้นออกมา  เมื่อไปถึงก็ยื่นให้เจ้าหน้าที่  แล้วเข้าไปได้เลย เราซื้อเป็นตั๋วแบบ 1 Day เที่ยวได้ทั้ง 2 Park

          ดิสนีย์แลนด์ปารีส จะแบ่งเป็น 2 Park คือ Walt Disney Studio และ Disneyland Park  โดยเราเลืกเข้า Walt Disney Studio ก่อน

          สิ่งแรกที่เราทำเมื่อเข้าไปถึง  คือการทำตัวให้อินกะสถานที่  นั่นก็คือหาพรอพแต่งตัว  และแน่นอนได้มาเป็นหูมินนี่เม้าส์  ส่วนคุณแฟนของเราที่เลือกอยู่นานมาก เข้าร้านนี้ ออกร้านนั้น  ในที่สุดก็ได้มาเป็นหมวกมิกกี้เม้าส์สีฟ้าสด  ถ่ายรูปแย่งซีนเราหมดเลย



          เมื่อแปลงร่างเสร็จก็ไปต่อแถวเครื่องเล่นอันแรกที่เราเล็งไว้ ชื่อว่า Tower of Terror อันนี้ดูเหมือนจะ popular ทีเดียว เพราะแถวยาวตั้งแต่เช้า



          เข้าไปด้านใน  ช๊อบชอบ เพราะเย็นสบาย  วันนี้ข้างนอกอากาศร้อนมาก  ข้างในจะแต่งแนวหลอนๆ เครื่องเล่นอันนี้  มันเป็นแนว หลอน + เสียว แนวที่เราชอบเลย


          หลังจาดเดินชมบรรยากาศด้านในไปสักพัก ก็จะถึงจุดที่เป็นเครื่องเล่น นั่นก็คือส่วนที่เป็นลิฟท์  เค้าจะแบ่งให้เข้าไปทีละกลุ่ม  เข้าไปนั่ง จากนั้นความหลอนบวกเสียวก็เริ่มขึ้น Spoiler Alert ใครไม่อยากให้เราสปอย  อยากไปรู้ ไปโดนเอง ข้ามตอนนี้ไปได้เลย ส่วนใครอยากรูว่าเป็นยังไง อ่านต่อ ...

          ข้างในจะเป็นที่นั่งให้เรานั่ง แล้วก็มีบาร์ลงมากั้น เหมือนเวลาเล่นพวกเครื่องเล่นหวาดเสียวแบบ  Roller Coaster จากนั้นจอด้านหน้าก็จะเล่าเรื่องราวความหลอน มีผีออกมาด้วย  และโดยไม่มีการให้ตั้งตัว ส่วนที่เรานั่งอยู่ก็เลื่อนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว  เหมือนขึ้นลิฟท์ความเร็วสูง  จากนั้นก็ปล่อยลงมา แล้วก็ขึ้น ลง ขึ้น ลง ลงแต่ละครั้งเหมือนตกจากที่สูงเลย  ใครไม่ชอบความรู้สึกร่วงหล่น ไม่ควรเล่นอันนี้



ออกมาสู่แสงแดดข้างนอก  



          คุยกันถึงความหวาดเสียวของอันนี้สักพัก  เราก็ไปเล่นกันต่อที่เครื่่องเล่นที่ชื่อว่า Rock'n Roller Coaster Aerosmith ระหว่างเดินไปต่อแถวก็จะได้ยินเสียงเพลงร็อคตลอดเวลา  ข้างในตกแต่งด้วย กีร์ต้า และแผ่นเสียงของวงร็อคชื่อดังที่เป็นตำนานอย่าง Queen และ The Beatles







        เครื่องเล่นอันนี้เป็นแนว Roller Coaster แบบ Indoor ก็สนุกดี  แถมไม่ร้อนด้วย  แต่ไม่ค่อยหวาดเสียวสักเท่าไหร่

          ออกมาเดินเล่นแถวโซน Ratatouille  แต่อันนี้เราไม่ได้เข้าไปเพราะคนเยอะมาก  


          เราเลยตัดสินใจออกจาก Park นี้ แล้วมุ่งหน้าสู่ Disneyland Park แทน  รูปสุดท้ายของปาร์คนี้  ถ่ายที่ทางเข้า


วันนี้อากาศค่อนแจ่มใส  แดดแรงสุดๆ  


          เข้ามาด้านใน  เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับปราสาทของเจ้าหญิงนิทรา  ที่เป็นสัญลักษณ์ของ Disney


            ถ่ายรูปคู่กับปราสาทกันสักหน่อย  ก่อนจะไปต่อคิวเล่นเครื่องเล่นกัน

   
    


      กางแผนที่เพื่อตามหาเครื่องเล่นที่เล็งไว้


Credit: www.dfandownunder.com
          อันแรกที่เราไปคือ Buzz lightyear Laser Blast (เบอร์ 40 บนแผนที่) เป็นเครื่องเล่นธีม Toys Story ที่ดูเหมือนจะฮิตมาก ดูจากจำนวนคนที่ต่อคิวรอ  ข้างในมีหุ่นจำลองจากเรื่อง Toys Story ให้ดูระหว่างเดินไปยังเครื่องเล่น  



          ทีแรกเราเข้าใจว่าคงเป็นแนวหวาดเสียว  แต่เครื่องเล่นอันนี้ไม่มีความเสียวเลย  เป็นสไตล์เครื่องเล่นที่เป็นเหมือนที่นั่งเลื่อนไปเรื่อยๆตามราง  ด้านหน้าที่นั่งมีปืนเลเซอร์ ให้เรายิงที่เป้า  และจะโชว์คะแนนเมื่อเล่นเสร็จ  ใครได้คะแนนเยอะก็มีของรางวัลให้  คิดว่าเป็นเครื่องเล่นที่เด็กๆน่าจะชอบ

         เล่นเสร็จเราก็เริ่มหิว  เพราะได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี  แต่สิ่งที่เราไม่คาดคิดคือ ร้านอาหารในนี้มีน้อยมาก และแต่ละร้านคิวยาวเหยียด เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง  สูงกว่าข้างนอกแน่นอน เราเดินไป เดินมาหาร้านอาหาร ไปเรื่อย  กว่าจะได้กินเสียเวลาไปเป็นชั่วโมง


          เรากับแฟนจึงลงความเห็นกันว่า  การมาเที่ยวที่นี่ ดีที่สุดคือการพกข้าวกล่องมา  อย่างพวกแซนวิช หรือเบอร์เกอร์  น่าจะดี  เพราะแอบเห็นฝรั่งหลายๆครอบครัวก็ทำเหมือนกัน  เราตะได้ไม่ต้องเสียเวลต่อคิวร้านอาหาร  เอาเวลาพวกนั้นไปต่อเล่นเครื่องเล่นน่าจะดีกว่า

เล่นอะไรต่อดีนะ ?

          เราเลยเลือกที่ตัวเองชอบ  ที่หลอนๆ  โดนใจเราที่สุด ลากแฟนเรา (ที่ไม่ชอบอะไรหลอนๆ) ไปยังเครื่องเล่นอันต่อไป ชื่อว่า Phantom Manor (เบอร์ 8 บนแผนที่) ที่เป็นคฤหาสผีสิงนั่นเอง  


          คิวยาวอีกแล้ว


          ข้างในสวยมาก ? มาบ้านผีสิงแต่บอกว่าสวย  คงมีแค่เรานี่แหละ !ไม่รู้สิ เราชอบที่มันหลอนๆ และมีสเปเชี่ยวเอฟเฟ็คที่ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่มีผีเต้นรำ  ใครชอบแนวหลอนๆ  ควรมาลองดูด้วยตาตัวเอง

          ออกจากบ้านผีสิง  ไปต่อกันกับเรือโจรสลัดผีสิง กับเครื่องเล่นที่ชื่อ Pirate of the Caribbean  (เบอร์ 17 บนแผนที่) ณ จุดนี้แอบงงกับตัวเอง  วันนี้จะมาเที่ยวปราสาทเจ้าหญิง  หา Princess ที่เหมือนเพื่อนสมัยเด็ก ไม่ใช่หรอ  ทำไมกลายเป็นธีมหลอนๆ ฮาร์คคอไปได้  ตอนนี้วิญญาณขาลุยเข้าสิง  อยากจะเล่นเครื่องเล่นมันทุกอันเลย


          Pirate of the Caribbean  อันนี้สนุกกว่าที่คิด  ได้ล่องเรือดูฉากต่อสู้ของเหล่าโจรสลัด  เหมือนเข้าไปอยู่ในหนังเลย




         ออกจาก Pirate of the Caribbean เราตั้งใจว่าจะไปเล่นเครื่องเล่นอันโด่งดัง Big Thunder Mountain แต่ก็ต้องเจอกับข่าวร้าน เพราะมันปิด  เลยได้แต่ถ่ายรูปอยู่ด้านนอก



          หลังจากวิ่งเล่น เข้าเครื่องเล่นนี้ ออกเครื่องเล่นนั้นมาหลายชั่วโมง  เราก็สงบลง (หมดแรง) แล้วกลับเข้าสู่โหมด Princessss เรามาเดินถ่ายรูปสวยๆ กันบ้าง



          แน่นอนจุดแรกที่เรามุ่งตรงไปก็คืปราสาท ดิสนีย์ Sleeping Beauty Castle (เบอร์ 24 บนแผนที่)  นั่นเอง




          เข้าไปข้างในกัน  เสา และเพดานสวยมาก  เรารีบวิ่งตรงขึ้นไปยังชั้นสอง


          ข้างบนจะเป็นกระจกสเตนกลาส ที่เป็นลวดลายของตัวละครในเรื่องเจ้าหญิงนิทรา




  เข็มปั่นด้ายต้องคำสาป  ที่แตะแล้วหลับเลย 


          Fairy godmothers หรือนางฟ้าแม่ทูลหัว


          เคลิ้มมมมม ตอนเด็กเราคิดเสมอว่าเจ้าชายฟิลลิปนี่หล่อที่สุดในบรรดา Prince ทั้งหมด 


        


  ปราสาทหลังใหญ่ๆ  มักจะมีคุกใต้ดิน  และคุกใต้ดินของที่นี่ก็เป็นที่อาศัยของ... มังกรร้าย


          ตัวเป็นๆเลยนะ  ขยับและคำรามได้ด้วย  ลองดูได้เลย




          หน้าปราสาทนี้ มี Wishing Well บ่อน้ำที่ Snow White ร้องเพลงขอให้ได้เจอเจ้าชาย  เราเลยลองร้องขอบ้าง  (สามีขำใหญ่  แต่ก็ถ่ายรูปให้รัวๆ)


          การมาเที่ยวดิสนีย์แลนด์จะจบลงไม่ได้หากไม่ได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้าน  



อยากได้รองเท้าแก้ว  แต่ราคาแสนแพง



          เราเลยต้องซื้อของที่ระลึกซักหน่อย  ได้มา 2 อย่าง  จากเรื่องที่เราชอบที่สุด .... Beauty and the Beast โฉมงามกับเจ้าชายอสูร  อันซ้ายที่เป็น Belle  เป็นกล่องดนตรีที่เป็นเพลง Beauty and the Beast ส่วนทางขวาทำเลียนแบบเป็น Lumiere ที่ตอนแรกเราจะไม่ซื้อ  แต่พอรู้ว่ามันเปิดไฟได้ด้วย เท่านั้นแหละ .... โดนไป 2 อย่าง  


คุณแฟนบอก กลับบ้านได้แล้วสินะ (ได้ของแล้ว)


          ขอลาจากดินแดนเทพนิยาย Disneyland Paris กันด้วยภาพนี้





No comments:

Post a Comment