Saturday, April 1, 2017

Check-in Busan - Part 1 - ย่าน Nampo




          ทริปนี้ขอเรียกว่าทริปไฟไหม้ เพราะไม่มีการเตรียมตัวอะไรมากมาย รู้ตัวอีกทีก็ต้องเตรียมเก็บกระเป๋า พร้อมเดินทางแล้ว เหตุเกิดจากครอบครัวฝั่งคุณสามี อยากจะไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งช่วงสงกรานต์ หลังจากเช็คตั๋วหลายที่ หลาย Destination สุดท้ายก็มาลงเอยที่ Busan นั่นเอง

          ครั้งนี้ 2RoamwithLove เลยจะมาชวนทุกคนไป Check-in กันที่ Busan เมืองทางตอนใต้ของประเทศเกาหลี ที่มีอะไรน่าเที่ยวไม่น้อยหน้าเมืองหลวงอย่างโซลเลยทีเดียว

          แล้วปูซานมีอะไรให้เที่ยวบ้าง เราขอแบ่งเป็นย่านๆ  โดยเริ่มจากย่าน Nampo ซึ่งเป็นย่านที่เราพักอยู่นั่นเอง ที่นี่จะมีอะไรเด็ดบ้าง ตามมาดูกัน

Check-in จุดที่ 1 
Gamcheon Cultural Village (부산 감천문화마을)

          แลนด์มาร์คที่พลาดไม่ได้เมื่อมาปูซาน การันตีความสวยงามด้วยฉายา Santorini of Korea จะเหมือนหรือต่างซานโตรินีขนาดไหน คงต้องให้ไปดูและตัดสินกันเอง



        แต่ที่แน่ๆ เราชอบหมู่บ้านนี้มาก ถึงแม้โดยส่วนตัวเราว่ามันไม่เหมือนซานโตรินเลยก็เถอะ แต่ Gamcheon Cultural Village ก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง คือมีบ้านสีสันสดใส และความ Art อยู่เต็มเปี่ยม


          หากมองดูดีๆ แทบทุกซอกมุมของหมู่บ้านนี้จะมีความอาร์ทซ่อนอยู่ และ Gimmick อีกหนึ่งอย่างคือ ที่นี่จะมีแผนที่ ให้ไปตามเก็บ Stamp จากจุดต่างๆ แถมยังได้ Postcard เป็นที่ระลึกอีกด้วย



          จุดหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือ ดาดฟ้าของตึกหลังหนึ่งที่สามารถมองเห็นทะเล และหมู่บ้านจากมุมสูง ที่ลดหลั่นกันไป เราว่ามุมนี้และคือที่มาของชื่อซานโตรินี่


          หากใครจะรู้สึกคุ้นๆกับมุมนี้ก็ไม่แปลก เพราะรายการดังๆของดเกาหลี อย่าง Running Man และ 2 Days 1 Night ได้เคยมาถ่ายทำรายการที่หมู่บ้านนี้แล้ว


Credit Photo: https://www.dek-d.com/studyabroad/33887/


          หากใครเป็นแฟนรายการ Running Man คงเหมือนได้มาตามรอยเหล่าสมาชิก งานนี้ติ่งเกาหลีอย่างเราก็ไม่พลาดแน่นอน



         หมู่บ้านนี้ไม่ใช่หมู่บ้านจำลอง แต่มีผู้คนอาศัยอยู่จริงๆ รวมทั้งน้องหมา 2 ตัวนี้ด้วย  ไม่ใช่ของประกอบฉากนะ เพราะเห่าทักทายนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา




          มาเกาหลี ไม่ว่าจะไปไหนก็ต้องมีมุมสำหรับคู่รัก  แต่ใครโสดก็อย่าได้แค่ เล็งอปป้า แถวนั้นไปค่ะ อิอิ

          จุดที่ 2 ที่ห้ามพลาดคือบริเวณระเบียงที่มีเจ้าชายน้อยนั่งอยู่ นั่งคนเดียวดูเหงาน เลยไปนั่งเป็นเพื่อนสักหน่อย




          ใครชอบถ่ายรูป คงอยู่ที่นี่ยาวแน่นอน








          ส่วนเราใช้เวลาที่นี่ไม่นานเท่าไหร่ เพราะกลัวพ่อแม่จะเบื่อซะก่อน แต่ก็ถือว่าเก็บจุดแลนด์มาร์คสำคัญๆ ได้ครบทั้งหมด




การเดินทาง: 
- นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานีโทซีอง (Toseong Station)
- ใช้ทางออก 6 ออกจากสถานีเจอสี่เเยกเลี้ยวขวา 
- เดินจนถึงโรงพยาบาลจะเจอป้ายรถเมย์ 
- นั่งรถเมย์เบอร์: 1-1, 2 หรือ 2-2 ไป 10 ป้าย ใช้เวลาประมาณ 12 นาที ก็จะมาถึงโรงเรียนประถมกำชีอง (감정초등학교)






Check-in จุดที่ 2 
ย่าน Jagalchi Market (부산 자갈치시장)

          ย่านนี้ สายกินแหลก ห้ามพลาด เพราะมานี่ไม่ต้องทำอย่างอื่นละ นอกจาก กิน กิน กิน


          ถึงจะชื่อว่าเป็นตลาด แต่ที่นี่เป็นตลาดที่อยู่ในตึก ริมทะเล จึงไม่ต้องกลัว ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้า เราก็มาเดินตลาดแห่งนี้ได้


          ชั้นแรกจะเป็นชั้นขายของสด วางเป็นแผงยาวไป แต่ละร้านขายของเหมือนกัน คืออาหารทะเล ล้วนๆ  จะแตกต่างกันบ้าง ก็แค่ชนิดของ กุ้ง หอย ปู ปลา


           ใช้สายตาล่าเหยื่อ สอดส่องกันไป เล็งไว้ก่อน เป่าฮื้อออออ



          ปลาหมึก


           เลือกได้แล้ว ก็ถึงเวลาสั่ง  วิธีการ ง่ายมาก
 เลือกเหยื่อ  ....  โดยการชี้ไปที่สัตว์ผู้เคราะห์ร้าย
 จากนั้น บอกน้ำหนัก (ไม่ใช่น้ำหนักตัวเรานะ) หมายถึงปริมาณที่  ต้องการ ... โดยการยกนิ้ว
แล้วที่ขาดไม่ได้ คือ  การต่อราคา เพราะบอกได้เลยว่าราคาบอกผ่านมาก เพราะที่นี่เป็นที่ ที่เน้นขายนักท่องเที่ยว ถึงจุดๆนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนบุคคลแล้วแหละ .... วิธีการคือ จิ้มเครื่องคิดเลข วัดใจกัน เค้าจิ้มมา 30,000 วอน เราก็จิ้มกลับไป 15,000 อย่างหน้าตาเฉย (ด้าน) สุดท้ายไม่ได้ลดขนาดนั้น แต่ก็ได้ลดระดับนึง


          
          จบเรื่องราคา มาถึงขั้นสุดท้าย ขั้นนี้ต้องใช้ภาษาเกาหลีกันละ คือขั้นตอนของการบอกเจ้าของร้านว่า ให้เอาอาหารสดที่เราพึ่งซื้อไปนั้นไปทำอาหารประเภทไหน  สำหรับเรา เรียนมา 2 คำ อย่างแรกคือ จิเกะ คือเอาไปต้ม  ถ้าอยากได้แบบเผ็ดก็เติม กิมจิไปข้างหน้าเป็น กิมจิจิเกะแล้วชี้ไปที่หอย (ที่เลือกมา ) คำที่ 2 ไม่ใช่ภาษาเกาหลี แต่เค้าก็เข้าใจ ก็คือ ซาชิมิ พูดแล้วก็ชี้ไปที่ปลาที่เลือกมา เลือกเสร็จก็เดินไปข้างบน ชั้น 2 จะเป็นร้านอาหาร เค้าก็จะนำอาหารสดที่เราเลือกมา มาปรุงและเสริ์ฟให้



           มาแล้วววว  ซาชิมิ


          หอย จิเกะ



การเดินทาง: 
- นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานีนัมโพ (Nampo Station)
- ใช้ทางออก 2 เดินตรงไปอีก 130m เลี้ยวซ้ายก็จะเจอตลาด ใช้เวลาเดินประมาณ 8 นาที 




Check-in จุดที่ 3 
Busan Tower หอคอยปูซาน

          ถ้าโซลมี N Seoul Tower ปูซานก็มี Busan Tower ที่เป็นแลนด์มาร์คที่ต้องมาเยือนเมื่อมาเที่ยวปูซาน



          เดินจาก ถนนย่าน Nampodong ไม่ไกล หอคอยปูซานจะตั้งอยู่บนเนิน และเป็นส่วนหนึ่งของสวน Yongdusan








         กิจกรรมที่ให้ทำที่นี่ ไม่ได้ต่างไปจาก N Seoul Tower ในโซลเลย ก่อนอื่นเราก็ซื้อตั๋ว เพื่อขึ้นลิฟท์ไปยังจุดชมวิวชั้นบน


           แต่วิวที่นี่ต่างจากโซลมากทีเดียว เพราะมองออกไปจะเห็นเมืองปูซาน ยาวไปจนสุดทะเล




          บ้านเมืองที่เรียงราย ลดหลั่นไปตามลาดเขา สีสันสดใส เน้นสีฟ้า และเขียว




           ลงมาด้านล่างก็จะมีจุดคล้องกุญแจ จุดสร้างแลนด์มาร์ค ของเหล่าคู่รัก  ... งานทรมานใจคนโสดมาอีกแล้ว



          ใครไม่ได้เอากุญแจไปไม่ต้องกลัว ที่นั่นมีขาย 


          ระเบียงเหล็กที่อัดแน่นไปด้วยแม่กุญแจ  แล้วเราจะเอาไปแทรกตรงไหนดีเนี่ย



           แต่มาถึงแล้ว เพื่อเข้า concept ของ 2RoamwithLove เราสองคนก็ไม่พลาด Sweet Gimmick คล้องกุญแจท่ามกลางสายตาหมั่นไส้ของพี่ๆน้องๆ ที่โสดอยู่ (ปกติมากัน 2 คน ไม่เคยรู้สึกถึงรังสีอมหิตแบบนี้เลย)



การเดินทาง: 
- นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานีนัมโพ (Nampo Station)
- ใช้ทางออก 1 เดินตรงไป 50m เลี้ยวขวาเพื่อไปยังถนนชอปปิ้งหลัก
- เดินอีกประมาณ 100m ก็จะเจอบันไดเลื่อนขึ้นไปบนสวน Yondusan ที่ตั้งของหอคอยปูซาน 




Check-in จุดที่ 4 
Nampodong ถนน Shopping

          มาย่าน Nampo ทั้งที ถ้าไม่มา shopping ที่นี่ก็เหมือนขาดอะไรไป ยิ่งผู้หญิงอย่างเรา ต้องการการบำรุงผิว และการเสริมเติมแต่งแล้วด้วย เครื่องสำอางค์นี่สำคัญต่อจากข้าว  มาที่นี่ไม่ต้องกลัวผิวขาดการดูแล ถึงจะไม่ใช่เมืองหลวง แต่ก็มีครบทุกอย่าง Etude, Skinfood, Innisfree, The Face Shop, TonyMolly, Holika Holika, Missha ... และอื่นๆอีกมากมาย




          ร้าน Bakery ก็มีเยอะมาก ร้าน chainดังๆ อย่าง Paris Baguette (ร้านโปรดเราเลยร้านนี้) Tom n'Tom , Holly Coffee ที่นี่ก็มีหมด


          เสื้อผ้าก็มีหลากหลาย แต่อาจจะไม่เยอะเท่าที่โซล อันนี้ยังรู้สึกว่า Shop ไม่มันส์สะใจ



          ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปกะคนท้องถิ่น



          เดินจาก Nampo ไปไม่ไกล เราจะไปเจออีกย่านที่ชื่อว่า BIFF Square ย่อมาจาก Busan International Film Festival ย่านนี้จะมีร้านอาหารแผงลอยค่อนข้างเยอะ  งานนี้ใครยังหิว จัดไป






          ของเลื่องชื่อ ที่ต้องลอง  ย้ำ ว่าต้องลอง คือ Hotteok หรือแพนเค้กสอดไส้ธัญญพืชและน้ำสไตล์เกาหลี  อันนี้จริงๆที่โซลมีนะ  แต่เราว่าที่นี่อร่อยกว่า ไส้เยอะกว่าด้วย



           ง่ำๆ  เชื่อ  ผู้หญิงทุกคนมี 2 กระเพาะ
          ........และนี่จะไม่ใช่รูปสุดท้ายที่เห็นเรากิน




การเดินทาง: 
- นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานีนัมโพ (Nampo Station)
- ใช้ทางออก 7 



          การรีวิวการเที่ยวของ 2RoamwithLove จะไม่สามารถเรียกว่าสมบูรณ์ได้ หากขาดร้านคาเฟ่ของหวานน่ารักๆ ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมาถึง 4 ทุ่มแล้วก็ตาม แต่เราก็ไม่ย่อท้อต่อการหาร้านน่ารักมารีวิวให้แฟนเพจทุกคนได้ปักหมุด (หรออออ นึกว่าอยากกินเอง ... เสียง background จากคุณสามีดังขึ้นมาทันที)


          ร้านนี้ชื่อว่า Le Petit Gateau ตั้งอยู่ใจกลางย่าน Nampodong


         อากาศหนาวๆอย่างนี้ เราจึงสั่ง Hot Chocolate มาจิบแก้หนาว


          พร้อม millefeuille แอปเปิ้ล (8,000 วอน) มาเป็นกับแกล้ม ทั้งสองอย่างอร่อยมากๆ ช็อคโกแลตร้อนเข้มข้น หวานกำลังดี ส่วน millefeuille หอม วนิลลามากๆ  แป้งบางกรอบ เหมือนแป้งพาย กินแล้วเบาๆ ไม่หนักท้องเท่าไหร่


          และแล้วก็จบการรีวิวย่าน Nampo ในปูซานอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ มาย่านนี้ ได้ทั้งมุมถ่ายรูปแนว art ที่ Gamcheon Cultural Village ได้ทั้ง ทัวร์กินที่ Jagalchi market ได้ชมวิวที่ Busan Tower และจบด้วย Shopping ที่ Nampodong เรียกว่าครบทุกรส 





No comments:

Post a Comment