Friday, November 17, 2017

Check-in Busan - Part 3 - ไป 1 Day Trip ที่ Gyeongju



          หลังจากเที่ยวปูซานจนเกือบจะทั่วทุกจุด landmark สำคัญ วันนี้เราเลยมีแผน 1 day trip เที่ยวเมืองใกล้ๆ ปูซาน อย่าง เมือง Gyeonju ที่สามารถนั่งรถไฟไปได้ง่ายๆ



          เริ่มจากขึ้นรถไฟที่สถานี Busan แล้วไปลงที่สถานี Singyeonju ประมาณ 35 นาทีเท่านั้นเอง

  
         จากสถานี เราสามารถเดินทางโดยรถบัส หรือรถ Taxi ก็ได้ ครั้งนี้เราเลือกรถ Taxi เพราะมากกันหลายคน รวมทั้งมีพ่อกะแม่มาด้วย จึงเลือกการเดินทางที่สะดวกสบายขึ้นหน่อย


Check-in จุดที่ 1 วัดพุลกุกซา Bulguksa Temple (불국사)


          วัดนี้ได้ขึ้นเป็นมรดกของโลก โดย UNESCO ตั้งแต่ปี 1995 เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความสำคัญของเมือง Gyeonju ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรชิลลา ( Silla )
 

         โดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมที่สวยงาม







         Pagoda of many treasure เป็นอีก 1 สถาปัตยกรรมที่นักท่องเที่ยวต้องมาดู เพราะเค้าบอกว่าเป็นเจดีย์ที่แสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมในสไตล์ชิลลา อย่างแท้จริง


          วัดพุลกุกซาค่อนข้างกว้างทีเดียว นอกจากตัววัดจะมีหลายอาคารแล้ว ยังมีบริเวณสวนกว้างล้อมรอบ


           เราชอบสวนตรงส่วนที่มีคนมาวางกองหิน คนเกาหลีเชื่อว่าถ้าวางหินบนยอดของกองหินแล้วหินไม่หล่น คำอธิษฐานจะเป็นจริง



           ลองมั่งๆ




Check - in จุดที่ 2 ร้านอาหารสไตล์ชิลลา Dosol Maeul


          อาจจะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวซะทีเดียว แต่การมากินข้าวเที่ยงที่ร้านนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ของการมาเที่ยงเคียงจูที่อยากให้ทุกคนได้ลอง



          เพราะร้านนี้เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศของชีวิตความเป็นอยู่ของคนพื้นเมืองเกาหลี



          ด้านหลังร้านมีโอ่งตั้งเรียงราย เดาว่าข้างในน่าจะเป็นพวกผักดองต่างๆ และแน่นอนหนึ่งในนั้นต้องมีกิมจิแน่ๆ


         เราจำไม่ได้ว่าได้อ่านเรื่องร้านนี้มาจากเว็บไหน  แต่จำได้ว่าร้านนี้เป็นร้านแนะนำเมื่อมาเยือนเคียงจู ถึงร้านจะดูลึกลับ แต่เดินมาข้างใน เราก็เจอนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนทีเดียว 



         และนี่คืออาหารสไตล์ชิลลา ของเมืองเคียงจู เครื่องเคียงเยอะมากจนวางแทบไม่พอ อาหารขายเป็น Set ราคาอยู่ที่ 9,000 วอนต่อคน



          ทั้งจานหลัก ทั้งเครื่องเคียงเยอะมาก  เราไปกัน 6 คน  อาหารทั้งหมดไม่สามารถวางบนโต๊ะได้  บางอย่างต้องวางที่พื้นแทน  กว่าจะชิมครบ  อิ่มพอดี





          หลังจากกินเสร็จ  ตามแพลนของเราคือจะเดินไปที่ Cheomseongdae Observatory แต่ระหว่างเดิน  สายตาเราก็ไปสะดุดเข้ากับสิ่งนี้

           ตุ๊กตาในชุดฮันบกสีสดใส   เซ้นส์เรามันบอกว่า  นี่น่าจะเป็นร้านให้เช่าชุดแน่ๆเลย  เราจึงพุ่งตรงเข้าไปถามในทันที  และก็ตามคาด  ใช่จริงๆด้วย  หันกลับมาหาพรรคพวก  ว่าใครจะแต่งบ้าง  สรุปทุกคนเอาด้วย ยกเว้นพ่อกะแม่ที่เขิน  ไม่กล้าใส่  เรา 4 คน จึงรีบตรงเข้าไปเลือกชุดกัน


          ระหว่างพูดคุยกะเจ้าของร้าน  ได้คความว่าร้านพึ่งเปิดได้ไม่ถึง 1 อาทิตย์  ( เราไปปี 2016 ) เป็นความบังเอิญจริงๆ ที่ได้เจอร้านนี้


          ใช้เวลาเพียงไม่นาน  ก็ได้ออกมา  แทน แท่น แท๊นนนนน !




          หลังจากถ่ายรูปแถวหน้าร้านไปหลายช็อต  ก็ได้เวลาเดินต่อไปยังเป้าหมาย






Check-in จุดที่ 3หอดูดาม ซมซองแดCheomseongdae Observatory (경주 첨성대)


          หอดูดาว ซมซองแด เป็นหอดูดาวที่เก่าแก่ที่สุดในเกาหลี อายุกว่า 1,400 ปีทีเดียว



         หากจะเข้าไปชมใกล้ๆ ต้องเสียค่าเข้าคนละ 500 วอน  แต่เราว่าถ่ายรูปจากข้างนอกก็สวยแล้ว  ที่สำคุญ Highlight ของการมาที่นี่ในช่วงกลางเดือนเมษายนของเรา  คือการมาถ่ายรูปกับทุ่งดอกเรปซีด (Rapeseed) หรือดอกยูแช  ที่ขึ้นเหลืองอร่าม อยู่บริเวณรอบๆ












          ถึงจะเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก ในแถบนี้  แต่บริเวณนี้ คนก็ไม่พลุกพล่านมากนัก  สามารถถ่ายรูปโดยไม่ติดคนได้สบายๆ


          ว่าแล้วก็ชวน  อปป้า (จำเป็น)  ถ่ายภาพ


          หน้าปกซีรี่เรื่องใหม่  ( มโน ) บอกตามตรงแอบเขิน  เพราะครั้งนี้ พี่ น้องไปดวย  ปกติถ่ายรูปกันเองแค่ 2 คน  แต่ก็เลยไม่ต้องตั้งกล้อง  มีคนช่วยถ่ายรูปคู่ให้แล้วงานนี้


          นอกจากหอดูดาวแล้ว  บริเวณรอบๆ ยังมีสุสานของราชวงศ์ชิลลา อยู่อีกมากมาย เช่น สุสานทูมูลี (Tumuli Park )ที่เป็นสุสานหลวงของราชวงศ์ชิลลา


          แต่เนื่องจาก  วันนี้เราเดินค่อนข้างเยอะ  พ่อกะแม่จึงเริ่มเหนื่อย เราจึงไม่ได้แวะไปเดินเล่นที่ ทูมูลี


          การเดินทางในเคียงจู ยังต้องพึ่งพา Taxi เป็นหลัก  หากจะให้สะดวกสบายที่สุด  ในเมืองมีรสบัส สำหรับโดยสารจากสถานที่เที่ยวหนึ่ง ไปยังอีกที่  แต่การเที่ยวแต่ละที่ เดินค่อนข้างเยอะ ควรใส่รองเท้าที่ใส่สบายๆ จะได้เดินเที่ยวได้สะดวก




เราขอจบทริป ปูซานครั้งนี้ด้วยรูปดอกบ๊วย  ใกล้ๆสถานีรถไฟ Singyeonju 







No comments:

Post a Comment